วิจัยข้อเท็จจริง เรื่อง
ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราช
เมื่อเร็วๆนี้ นายพิริยะ ไกรฤกษ์ อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้เขียนหนังสือขึ้นเล่มหนึ่ง เรียกกันว่า "หนังสือปกแดง"แสดงหลักฐานว่าศิลาจารึกหลักที่หนึ่งของพ่อขุนรามคำแหงนั้นเป็นศิลาจารึกปลอม พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงให้ช่างแกะสลักขึ้น ในวัดบวรนิเวศ สมัยเมื่อยังทรงผนวชอยู่ที่วัดน้ัน
ข้าพเจ้าฟังเรื่องนี้แล้วรู้สึกแปลกใจมาก เกือบจะเรียกว่าตกใจและเสียใจ คือ
๑. เสียใจว่า ศิลาจารึกที่เคยเชื่อถือมานานว่าเป็นประวัติศาสตร์ชาติไทยเรื่องหนึ่งที่มีคุณค่ามาก เท่าที่เราจะหาได้ในประเทศนี้กลายเป็นของปลอมไปเสียแล้ว
๒. เสียใจที่พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่เคยผนวชมานานถึง ๒๗ปี กลับเป็นคนที่หาศีลสัตย์ หาคุณธรรมมิได้เลย ปลอมแปลงแม้กระทั่งประวัติศาสตร์ของชาตไทย
๓. เสียใจที่เคยเชื่อมานานนักหนาว่าพระมหากษัตริย์ในพระบรมราชวงศ์จักรีนี้ เป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงทศพิธราชธรรม ๑๐ ประการ ข้อสำคัญที่สุดคือ อวิโรธนัง คือ ไม่ประพฤติผิดทำนองคลองธรรม ไม่ทำอะไรตามอำเภอพระทัยด้วยความโลภ ความโกรธ ความหลง
สามัญสำนึก
แต่เมื่อได้สติ มีสัมปชัญญะดีแล้ว ก็เกิดสามัญสำนึกขึ้นมาแล้วถามตัวเองว่า
๑. "ถ้าเราเป็นพระจอมเกล้าฯ จะกล้าปลอมศิลาจารึกนี้หรือไม่"
ก็ตอบตัวเองอย่างฉาดฉานว่า "ไม่กล้าทำอย่างเด็ดขาด"
๒. ถามตัวเองต่อไปว่า "ทำไม่ไม่กล้าทำ" ตอบตัวเองว่า "กลัวบาป"
๓. ถามตัวเองว่า "การปลอมแปลงศิลาจารึกนี้เป็นบาปด้วยหรือ" ก็ตอบตัวเองว่า "บาปอย่างมหันต์"
๔. ถามตัวเองว่า "ทำไมจึงว่าบาปมหันต์" ตอบตัวเองว่า "เพราะเป็นการโกหกคนท้ังโลก เป็นการหลวกลวงคนท้ังโลก" เรียกว่า "บรมมหามุสาวาท"
๕. ถามตัวเองว่า "แล้วพระจอมเกล้าฯไม่กลัวบาปหรือ" ตอบตัวเองว่า "พระจอมเกล้าฯบวชมานานถึง ๒๗ พรรษา ย่อมจะรู้บาปบุญคุณโทษ ย่อมจะมีหิริโอตตัปปะ "คือ อายชั่ว กลัวบาป" อยู่เต็มพระทัย ยิ่งกว่าน้ันพระจอมเกล้าฯ เป็นชาติกษัตริย์ ย่อมจะมีขัติยมานะ คือทรนงในเลือดเนื้อเชื้อกษัตริย์ พระจอมเกล้าฯ จะไม่ทำอะไรที่เป็นการทำลายพระเกียรติยศของพระองค์เอง และทำลายพระเกียรติยศชองราชวงศ์ของพระองค์ด้วย"
๖. ถามตัวเองว่า "แล้วทำไมคนขนาดครูบาอาจารย์ จึงกล้าพูดว่า พระจอมเกล้าฯ ปลอมศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงเล่า" ตอบตัวเองว่า เรื่องนี้แหละที่เป็นปัญหาให้ต้องศึกษา"
๖. ถามตัวเองว่า "แล้วทำไมคนขนาดครูบาอาจารย์ จึงกล้าพูดว่า พระจอมเกล้าฯ ปลอมศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงเล่า" ตอบตัวเองว่า เรื่องนี้แหละที่เป็นปัญหาให้ต้องศึกษา"

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น