เป็นกุศโลบาย
นายพิริยะ ไกรฤกษ์ ยังได้อภิปรายต่อไปว่า
"ประวัติศาสตร์นิพนธ์ชิ้่นนี้ ยังเป็นกุศโลบายที่พระองค์จะทรงนำไปใช้ ในการเปลี่ยนแปลงขนบประเพณีที่มีมาแต่เดิม ไปสู่โลกทัศน์ใหม่ ซึ่งรับกับอารยธรรมตะวันตก ศิลาจารึกหลักที่ ๑ จึงเป็นการสร้างภูมิหลัง เพื่อเป็นหลักประกัน แก่ความเปลี่ยนแปลงที่พระองค์ทรงกระทำ....."
นายพิริยะ ไกรฤกษ์ กล่าวว่า การปลอมหลักศิลาจารึกนี้เป็นกุศโลบายของพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กุศโลบายแปลว่าอะไร แปลว่าอุบายที่เป็นบุญกุศล
การปลอมศิลาจารึกจะเป็นอุบายที่ดีงาม เป็นอุบายที่เป็นบุญกุศลไปไม่ได้เลย ตรงกันข้าม มันเป็นอุบายคดโกง ฉ้อฉล หลอกลวง คนที่ฉลาด คนที่เป็นนักปราชญ์ คนที่เป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงทศพิธราชธรรม จะไม่ทำเป็นอันขาด พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระมหากษัตริย์ประเสริฐด้วยคุณธรรมจะไม่ทำเป็นอันขาด พสกนิกรภายใต้การปกครองก็ไม่ได้รับผลประโยชน์อันใด
พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงนับถือพระร่วงเจ้าว่าเป็นต้นราชวงศ์จักรีของพระองค์โดยแท้ นับถือพระร่วงสุโขทัยว่าเป็นต้นราชวงศ์จักรีน้้น ท่านนับถือกันมาตั้งแต่พระพุทธยอดฟ้ามหาราช
พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงทราบดีมาต้ังแต่ยังมิได้ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ว่า พระราชวงศ์ของพระองค์สืบสายมาแต่ราชวงศ์สุโขทัย คือ ทรงทราบว่า หม่อมเจ้าหญิงอำไพเป็นธิดาของพระมหาธรรมราชาอันเกิดจากพระชายาเดิม ก่อนได้เป็นพระมหาธรรมราชาเมืองพิษณุโลก เมื่อเป็นพระมหาธรรมราชาแล้ว มีพระโอรสอีกสององค์คือ พระองค์เจ้าชายนเรศวร และพระองค์เจ้าชายเอกาทศรถ ก็มีศักดิ์เป็นพระองค์เจ้าชายเพราะยังไม่ได้ครองราชสมบัติ หม่อมเจ้าหญิงอำไพได้สมรสกับพระยาเกียรติพระราม นายทหารมอญจากเมืองหงสาวดีที่เข้ามาถวายตัวรับราชการอยู่กับพระนเรศวรมหาราช จึงได้รับพระราชทานหม่อมเจ้าหญิงอำไพให้เป็นชายา มีบุตรสืบสกุลต่อมาคือ เจ้าพระยาโกษา (ทองปาน) มีทายาทสืบสกุลลงมาจนถึง หลวงพินิจอักษร (ทองดี) และบุตรชายคือ หลวงยกกระบัตร (ทองด้วง) ที่ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
เพราะฉนั้นท่านจึงนับถือพ่อขุนรามคำแหงมหาราชว่าเป็นต้นราชวงศ์จักรีของท่าน พระเจ้าตากสินมหาราชก็ทรงทราบจึงตั้งให้เจ้าพระยาจักรี(ทองด้วง) เป็นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก พิลึกมหึมา ทุกนัครา ระอาเดช นเรศวรราชสุริยวงศ์ องค์บาทมุสิกร บวรรัตนนายก
เมื่อพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์นี้เสด็จไปพบหลักฐานเก่าแก่ของบรรพบุรุษที่สร้างไว้ที่เมืองสุโขทัย ก็ทรงเก็บรวบรวมไว้ในกรุงเทพฯเป็นอันมาก เช่น พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกก็โปรดให้ชลอพระศรีศากยมุนีมาเป็นประธานที่พระอุโบสถวัดสุทัศน์ กรมพระราชวังบวรมหาศักดิ์พลเสพก็โปรดให้นำพระพุทธชินสีห์มาไว้ที่พระอุโบสถวัดบวรนิเวศ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวก็โปรดให้นำพระพุทธรูปจากสุโขทัยที่ชำรุดมาซ่อมใหม่ประดิษฐานไว้ที่วิหารหน้าองค์พระปฐมเจดีย์ ถวายพระนามว่า "พระร่วงโรจนฤทธิ์ ศรีอินทราทิตย์ ธรรมโมภาส" นี่คือหลักฐานความผูกพันระหว่างพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีที่มีต่อพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์พระร่วง
พระจอมเกล้าฯ เสด็จไปถึงเมืองสุโขทัยในสมัยยังทรงผนวชอยู่ ก็ได้พบพระแท่นมนังคศิลาบาตร ได้พบศิลาจารึกอักษรไทย(ซึ่งไม่เคยพบศิลาจารึกอักษรไทยมาก่อนหน้านั้น) มีแต่ศิลาจารึกอักษรขอมทั้งสิ้น จึงทรงดีพระทัยมากโปรดให้นำมาไว้ที่วัดราชาธิวาสก่อน เมื่อเสด็จไปครองวัดบวรนิเวศ ก็โปรดให้นำไปไว้ที่วัดบวรนิเวศ เมื่อเสด็จขึ้นครองราชสมบัติก็โปรดให้นำไปไว้ในพระบรมมหาราชวัง แสดงถึงความผูกพันในโบราณวัตถุสองชิ้นนี้ ซึ่งเป็นหลักฐานแสดงถึงประวัติในราชวงศ์พระร่วงเจ้าสุโขทัยที่ทรงถือว่าเป็นต้นวงศ์ของพระองค์ แม้เมื่อสวรรคตแล้วสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ซึ่งเป็นทั้งพระเจ้าน้องยาเธอในรัชกาลที่ ๔ และสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๘ จึงได้ทรงนำเรื่องนี้ออกเผยแพร่ เพื่อให้พระราชวงศ์ได้ทรงทราบกันเป็นการภายในพระราชวงศ์ว่า นี่คือเรื่องราวของบรรพบุรุษแต่โบราณกาล
นายพิริยะ ไกรฤกษ์ กล่าวว่า การปลอมหลักศิลาจารึกนี้เป็นกุศโลบายของพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กุศโลบายแปลว่าอะไร แปลว่าอุบายที่เป็นบุญกุศล
การปลอมศิลาจารึกจะเป็นอุบายที่ดีงาม เป็นอุบายที่เป็นบุญกุศลไปไม่ได้เลย ตรงกันข้าม มันเป็นอุบายคดโกง ฉ้อฉล หลอกลวง คนที่ฉลาด คนที่เป็นนักปราชญ์ คนที่เป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงทศพิธราชธรรม จะไม่ทำเป็นอันขาด พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระมหากษัตริย์ประเสริฐด้วยคุณธรรมจะไม่ทำเป็นอันขาด พสกนิกรภายใต้การปกครองก็ไม่ได้รับผลประโยชน์อันใด
พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงนับถือพระร่วงเจ้าว่าเป็นต้นราชวงศ์จักรีของพระองค์โดยแท้ นับถือพระร่วงสุโขทัยว่าเป็นต้นราชวงศ์จักรีน้้น ท่านนับถือกันมาตั้งแต่พระพุทธยอดฟ้ามหาราช
พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงทราบดีมาต้ังแต่ยังมิได้ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ว่า พระราชวงศ์ของพระองค์สืบสายมาแต่ราชวงศ์สุโขทัย คือ ทรงทราบว่า หม่อมเจ้าหญิงอำไพเป็นธิดาของพระมหาธรรมราชาอันเกิดจากพระชายาเดิม ก่อนได้เป็นพระมหาธรรมราชาเมืองพิษณุโลก เมื่อเป็นพระมหาธรรมราชาแล้ว มีพระโอรสอีกสององค์คือ พระองค์เจ้าชายนเรศวร และพระองค์เจ้าชายเอกาทศรถ ก็มีศักดิ์เป็นพระองค์เจ้าชายเพราะยังไม่ได้ครองราชสมบัติ หม่อมเจ้าหญิงอำไพได้สมรสกับพระยาเกียรติพระราม นายทหารมอญจากเมืองหงสาวดีที่เข้ามาถวายตัวรับราชการอยู่กับพระนเรศวรมหาราช จึงได้รับพระราชทานหม่อมเจ้าหญิงอำไพให้เป็นชายา มีบุตรสืบสกุลต่อมาคือ เจ้าพระยาโกษา (ทองปาน) มีทายาทสืบสกุลลงมาจนถึง หลวงพินิจอักษร (ทองดี) และบุตรชายคือ หลวงยกกระบัตร (ทองด้วง) ที่ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
เพราะฉนั้นท่านจึงนับถือพ่อขุนรามคำแหงมหาราชว่าเป็นต้นราชวงศ์จักรีของท่าน พระเจ้าตากสินมหาราชก็ทรงทราบจึงตั้งให้เจ้าพระยาจักรี(ทองด้วง) เป็นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก พิลึกมหึมา ทุกนัครา ระอาเดช นเรศวรราชสุริยวงศ์ องค์บาทมุสิกร บวรรัตนนายก
เมื่อพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์นี้เสด็จไปพบหลักฐานเก่าแก่ของบรรพบุรุษที่สร้างไว้ที่เมืองสุโขทัย ก็ทรงเก็บรวบรวมไว้ในกรุงเทพฯเป็นอันมาก เช่น พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกก็โปรดให้ชลอพระศรีศากยมุนีมาเป็นประธานที่พระอุโบสถวัดสุทัศน์ กรมพระราชวังบวรมหาศักดิ์พลเสพก็โปรดให้นำพระพุทธชินสีห์มาไว้ที่พระอุโบสถวัดบวรนิเวศ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวก็โปรดให้นำพระพุทธรูปจากสุโขทัยที่ชำรุดมาซ่อมใหม่ประดิษฐานไว้ที่วิหารหน้าองค์พระปฐมเจดีย์ ถวายพระนามว่า "พระร่วงโรจนฤทธิ์ ศรีอินทราทิตย์ ธรรมโมภาส" นี่คือหลักฐานความผูกพันระหว่างพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีที่มีต่อพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์พระร่วง
พระจอมเกล้าฯ เสด็จไปถึงเมืองสุโขทัยในสมัยยังทรงผนวชอยู่ ก็ได้พบพระแท่นมนังคศิลาบาตร ได้พบศิลาจารึกอักษรไทย(ซึ่งไม่เคยพบศิลาจารึกอักษรไทยมาก่อนหน้านั้น) มีแต่ศิลาจารึกอักษรขอมทั้งสิ้น จึงทรงดีพระทัยมากโปรดให้นำมาไว้ที่วัดราชาธิวาสก่อน เมื่อเสด็จไปครองวัดบวรนิเวศ ก็โปรดให้นำไปไว้ที่วัดบวรนิเวศ เมื่อเสด็จขึ้นครองราชสมบัติก็โปรดให้นำไปไว้ในพระบรมมหาราชวัง แสดงถึงความผูกพันในโบราณวัตถุสองชิ้นนี้ ซึ่งเป็นหลักฐานแสดงถึงประวัติในราชวงศ์พระร่วงเจ้าสุโขทัยที่ทรงถือว่าเป็นต้นวงศ์ของพระองค์ แม้เมื่อสวรรคตแล้วสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ซึ่งเป็นทั้งพระเจ้าน้องยาเธอในรัชกาลที่ ๔ และสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๘ จึงได้ทรงนำเรื่องนี้ออกเผยแพร่ เพื่อให้พระราชวงศ์ได้ทรงทราบกันเป็นการภายในพระราชวงศ์ว่า นี่คือเรื่องราวของบรรพบุรุษแต่โบราณกาล

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น